ปลูกสะเดาอย่างไร ทำเงินได้กว่าแสนบาทต่อเดือน มาดูกันเลย

0
2127

แค่โดยใช้ความใส่ใจ จนกลายเป็นกูรูเรื่องสะเดา…แทบไม่น่าเชื่อ ตั้งต้นจากสะเดากิ่งเดียว จนขยายปลูกเต็มพื้นที่ 10 ไร่ จะกลายเป็นรายได้หลักหล่อเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย

“ปี 2535 ได้รับสะเดาต้นหนึ่ง จากอาจารย์วิทยาลัยเกษตรกรรม นครราชสีมา เอามาปลูกข้างบ้าน ไม่ได้สนใจอะไร สักพักมันออกดอกตลอดปี ยิ่งตัดยิ่งขึ้น ญาติพี่น้องเพื่อนบ้านมาเก็บไปกินแล้วชอบใจ เพราะรสชาติไม่ขมเหมือนสะเดาทั่วไป จึงเริ่มลองตอนกิ่ง พร้อมกับเก็บยอดไปขายตลาดนัด ขายดีมาก 7 ปีที่แล้วเลยตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำมากว่า 20 ปี ตอนกิ่งได้กว่า 800 ต้น ปลูกเต็มพื้นที่ 10 ไร่” สุทธิชาญ สุขจันทา เจ้าของสวนสะเดา ต.กลางดงอ.ปากช่อง เล่าถึงที่มาของสะเดาสายพันธุ์มันทะวายยอดแดง…สะเดาพันธุ์นี้ไม่ต่างจากสะเดาทั่วไป ทนแล้งได้ดี เหมาะกับดินทุกสภาพ ปลูกแบบให้เทวดาเลี้ยง ไม่ต้องเดินระบบน้ำ จะปลูกเดี่ยวๆ หรือแซมไม้ชนิดอื่นก็ได้ ขอแค่น้ำไม่ท่วมขัง และตัดวัชพืชไม่ให้รกเกินไป

ออกดอกทั้งปี รสชาติแทบไม่มีความขมเจือปน กินได้ทั้งแบบสดและลวก ทำเมนูได้หลากหลายนอกจากเป็นอาหารรสเลิศ ยังมีแนวโน้มเป็นไม้สวยงาม เพราะยิ่งปลูกกลางแจ้งโดนแดดจัดๆ ยอดยิ่งสีแดงสวยงาม…สะเดาตอนกิ่งและเสียบยอดของที่นี่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า จากขายหน้าสวน ขายในตลาดนัด พัฒนาสู่การเปิดเพจ ส่งขายผ่านเคอรี่และไปรษณีย์ ส่วนวิธีการปลูกสะเดาพันธุ์นี้ สุทธิชาญ แนะควรเริ่มลงมือปลูกในต้นฤดูฝน เพราะจะได้น้ำดีในช่วงเริ่มต้น เตรียมดินด้วยการไถดะ กำหนดระยะปลูก 8×8 เมตร ขุดหลุมลึก 30 ซม. จากนั้นก็คอยดูแลตัดหญ้า ใส่ปุ๋ยคอกปีละครั้งรอบโคนต้น ประมาณ 2 ปี สามารถเก็บยอดขายได้…1 ปี สามารถสามารถเก็บดอกได้ 3 ฤดู

“แม้จะปลูกให้เทวดาเลี้ยงก็ตาม แต่ถ้ามีระบบน้ำจะได้ยอดใหม่เร็วขึ้น เพราะช่วงถูกเด็ดยอดไป ต้นสะเดาต้องการน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงในการออกยอดใหม่ เมื่อเก็บยอดหรือดอกครั้งแรก จะใช้เวลาประมาณ 1-1.5 เดือน จะสามารถเก็บขายได้อีกครั้ง ยิ่งเก็บจะยิ่งแตก ถ้าจะให้ดีเมื่อเก็บขายแล้วต้องการให้ออกดอกเยอะขึ้น ให้สังเกตพอสะเดาแตกยอดอ่อน ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ต้นละ 1 ขีด ใบสะเดาจะเริ่มแก่ ทิ้งใบ ดอกจะผลิออกมาแทน”

ทุกวันนี้ สุทธิชาญ เก็บยอดและดอกสะเดาขายเป็นกำ กำละ 20 บาท ขายตามตลาดนัดมีลูกค้าประจำมากมาย สร้างรายได้ทุกวัน และเมื่อรวมขายกิ่งตอนและเสียบยอดแล้ว มีรายได้เดือนละร่วมแสน สอบถามได้ที่ 06-1883-9130

ที่มาจาก : สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย

Loading...
แบ่งปัน